<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><title>Twichai</title><description>Twchai&apos;s personal blog</description><link>https://twichai.com/</link><language>en</language><item><title>เขียนโปรแกรมภาษาแรกควรเป็นภาษาอะไรดี?</title><link>https://twichai.com/posts/first-language/</link><guid isPermaLink="true">https://twichai.com/posts/first-language/</guid><description>การเลือกภาษาโปรแกรมแรกที่ควรเรียนรู้สำหรับผู้เริ่มต้น และเหตุผลที่ควรเลือกภาษาเหล่านั้น</description><pubDate>Tue, 14 Apr 2026 00:00:00 GMT</pubDate><content:encoded>&lt;h3&gt;เขียนโปรแกรมภาษาแรกควรเป็นภาษาอะไรดี?&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าทุกคนที่เริ่มเขียนโปรแกรมต้องเคยเจอคำถามนี้แน่นอน
“จะเริ่มภาษาอะไรดีวะ?”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แล้วก็จะเริ่มไป search…
บางคนบอก Python ดี
บางคนบอก Java สิ ได้พื้นฐาน
บางคนบอก JavaScript ไปเลย จะได้ทำเว็บได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้าย…งงกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;จริงๆ แล้วภาษาแรก “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น”&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;เอาจริงๆ สิ่งที่สำคัญกว่าภาษา คือสิ่งที่เรียกว่า &lt;strong&gt;fundamental programming&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มันคือพวกนี้เลย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;วิธีคิดแบบโปรแกรมเมอร์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การแก้ปัญหาเป็น step&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การออกแบบ logic&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งทั้งหมดนี้…ไม่ว่าคุณจะใช้ภาษาอะไร มันก็เหมือนกันหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พูดง่ายๆ คือ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ภาษาเป็นแค่เครื่องมือ แต่ “วิธีคิด” คือของจริง&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;มาดูความต่างแบบเห็นภาพนิดนึง&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ลองดูโค้ดเดียวกัน แต่คนละภาษา (แค่ print ธรรมดา)&lt;/p&gt;
&lt;pre&gt;&lt;code&gt;print(&quot;hello world&quot;)
&lt;/code&gt;&lt;/pre&gt;
&lt;pre&gt;&lt;code&gt;console.log(&quot;hello world&quot;)
&lt;/code&gt;&lt;/pre&gt;
&lt;pre&gt;&lt;code&gt;public class Main {
  public static void main(String[] args) {
    System.out.println(&quot;hello world&quot;);
  }
}
&lt;/code&gt;&lt;/pre&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นเลยว่า&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Python = สั้นสุด อ่านง่ายสุด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;JavaScript = กลางๆ ไม่ยาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Java = โค้ดเยอะสุด แต่เห็นโครงสร้างชัด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;นี่แหละคือฟีล “ง่าย vs ยาก” ของแต่ละภาษาแบบคร่าวๆ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;แล้วควรเริ่มภาษาอะไรดี?&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;โอเค เข้าใจแหละว่าถึงจะบอกว่าอะไรก็ได้ แต่ทุกคนก็ยังอยากได้ “ตัวเลือกแนะนำ” อยู่ดี
ผมสรุปให้ตามสไตล์การเรียนเลยละกัน&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;🟢 สายชิล เรียนง่ายก่อน — ไป Python&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ถ้าคุณเป็นคนที่แบบ
“ขออะไรที่มันไม่ปวดหัวก่อน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Python คือคำตอบเลย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;syntax โคตรอ่านง่าย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เขียนแป๊บเดียวได้ผลลัพธ์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;community ใหญ่มาก&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;มันเหมาะกับการโฟกัส “การคิด” มากกว่าการมานั่งงง syntax&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;🔵 สายฮาร์ดคอร์ เอาให้เข้าใจลึก — ไป Java / Kotlin&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ถ้าคุณเป็นสายแบบ
“เอาให้รู้เรื่องไปเลยตั้งแต่แรก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Java หรือ Kotlin ก็เป็นตัวเลือกที่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมัยก่อนตอนผมเริ่มเขียน Java นะ
แค่จะเขียนตัวแปรยังต้องคิดแล้วว่า&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;อันนี้ &lt;code&gt;public&lt;/code&gt; หรือ &lt;code&gt;private&lt;/code&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อยู่ scope ไหน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;class ต้องเขียนยังไง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ตอนนั้นโคตรงง แต่พอผ่านจุดนั้นมาได้…&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นฐานแน่นแบบไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;🟡 สายอยากเห็นของจริงเร็ว — ไป JavaScript&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ถ้าคุณเป็นสายแบบ
“อยากเห็นของที่มันจับต้องได้เร็วๆ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;JavaScript คือทางลัดที่ดีมาก&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เขียนปุ๊บ เห็นผลบนเว็บเลย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทำ UI สนุก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มี framework ให้เล่นเยอะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;มันให้ฟีลแบบ
“เฮ้ย เรากำลังสร้างของจริงอยู่ว่ะ”&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;สรุปแบบไม่โลกสวย&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;เลือกอะไรก็ได้จริงๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Python ก็ได้
Java ก็ได้
JavaScript ก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ขอแค่อย่างเดียว…&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;อย่าเอาเวลาไปเลือกนานเกิน
เอาเวลาไป “ลงมือเขียน” ดีกว่า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h3&gt;ฝากไว้ก่อนจบ&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะทำให้คุณเก่งขึ้น ไม่ใช่ภาษาแรกที่คุณเลือก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่คือจำนวนครั้งที่คุณ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;งง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ลองผิด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แก้บั๊ก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แล้วก็ “อ๋อ” ด้วยตัวเอง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ภาษาแรกมันแค่จุดเริ่มต้น
แต่ skill จริงๆ มันเกิดระหว่างทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ&lt;/p&gt;
</content:encoded></item><item><title>รีวิว 42 Bangkok</title><link>https://twichai.com/posts/42bangkok/</link><guid isPermaLink="true">https://twichai.com/posts/42bangkok/</guid><description>รีวิวโรงเรียนสอนเขียนโปรแกรม 42 Bangkok ที่ไม่มีครู ไม่มีห้องเรียน และไม่มีค่าใช้จ่าย</description><pubDate>Wed, 01 Apr 2026 00:00:00 GMT</pubDate><content:encoded>&lt;hr /&gt;
&lt;h1&gt;รีวิว 42 Bangkok&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวโรงเรียนสอนเขียนโปรแกรมที่ชื่อว่า 42 (อ่านว่า &quot;โฟร์ตี้ทู&quot;) สาขา Bangkok ซึ่งเป็นสาขาของโรงเรียน 42 ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส โดยที่นี่มีแนวคิดการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนใคร เพราะไม่มีครู ไม่มีห้องเรียน และไม่มีค่าใช้จ่ายเลยครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยที่ตอนเราเข้าไปเนี่ย เราจะเรียกตัวเองว่า piscine ซึ่งมันแปลว่า &quot;สระว่ายน้ำ&quot; ในภาษาฝรั่งเศส ฟังแล้วอาจจะงงๆ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับการเรียนเขียนโปรแกรม แต่ให้ทุกคนคิดภาพตามผมนะครับว่า เราทุกคนกำลังล่องเรืออยู่ในมหาสมุทร แล้วทุกคนก็ยืนดูดวงอาทิตย์กำลังตกดิน แต่ทันใดนั้น! เราก็โดนดั้มลงไปในน้ำ ใช่ครับ มันไม่ใช่เรือแตก แต่มันเป็นเรือดั้ม หลังจากนั้น piscine ก็ต้องว่ายน้ำไปให้ถึงฝั่ง ซึ่งก็มีเพื่อนของเราที่ต้องว่ายไปด้วยกัน ไม่มีเรือจ้างอีกต่อไปแล้วครับ เราต้องว่ายน้ำด้วยตัวเองและเพื่อนๆ เพื่อไปให้ถึงฝั่ง&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;สอบเข้ายังไง?&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;การสอบเข้าของ 42 Bangkok นั้นไม่เหมือนกับโรงเรียนทั่วไปเลยครับ เพราะไม่มีการสอบข้อเขียนหรือสัมภาษณ์แบบปกติ แต่จะมีการสอบที่เรียกว่า &quot;piscine&quot; ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถในการเขียนโปรแกรมและการแก้ไขปัญหาในรูปแบบของโปรเจกต์ที่ต้องทำในระยะเวลาที่กำหนด ข้อสอบเป็นเหมือนเกมตัวต่อมากกว่าการเขียนโปรแกรมคุมรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ ข้อสอบนี้มีเฉลยตาม internet ทั่วไป แต่ถ้าคุณคิดจะดูเฉลย ผมก็คิดว่าคุณอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่แล้วแหละครับ ข้อสอบนี้วัดแค่ logic ไม่มีอะไรมาก ทำให้ได้เยอะที่สุด ผมไม่แน่ใจว่ามันมีด่านสุดท้ายไหม เพราะมันนานมากแล้ว แต่เหมือนจะจำได้ว่าผมก็ไม่เคยเจอด่านสุดท้ายเลยครับ&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;introduction day&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;./introduction-day.png&quot; alt=&quot;Introduction Day&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ แล้วมันมีวันที่ต้องไปถ่ายรูปทำบัตรด้วยนะ ผมนี่ไม่อยากจะคุย เนื่องด้วยตัวเองเป็นเด็กหนุ่มต่างจังหวัด เราก็กะจะเข้าไปถ่ายรูปแล้วก็กลับบ้านเลย คืนเดียวไม่ต้องเช่าห้องพักอะไรทั้งนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่พอไปถึง ผมเข้าไปถามพี่พนักงานว่า &quot;ผมมา 42 Bangkok ครับ&quot; พี่เขาก็ถามว่า &quot;มาทำอะไรครับ?&quot; ผมก็ตอบไปว่า &quot;มาถ่ายรูปทำบัตรครับ&quot; พี่เขาก็ถามต่อว่า &quot;ไม่มีนะ!&quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอ้เราก็คิดในใจ &quot;ไม่มีได้ไงวะ มันต้องมีสิ!&quot; แต่พี่เขาก็ยืนยันว่า &quot;ไม่มีนะครับ&quot; ผมก็เลยเอาโทรศัพท์ให้ดู สรุปว่าผมไปผิดมหาลัย ต้องโบก taxi ไป เสียตังไป 300 มาถึงก็บ่ายแล้ว คิดในใจว่า &quot;ถ้านานกูจะนอนไหนวะเนี่ย&quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่พอไปถึงก็ทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วครับ พอทำบัตรเสร็จแล้วก็กลับบ้านเลยครับ ไม่ได้พักค้างคืนอะไรทั้งนั้น (แอบสปอยนิดนึงว่าหลังจากนั้นผมก็ไปเห็นรูปของเพื่อนบางคนพื้นหลังแปลกๆ ก็เลยหยิบเรื่องนี้มาคุยกัน รุ่นพี่เลยบอกว่า &quot;จริงๆ ไม่ต้องมาถ่ายที่นี่ก็ได้ถ้าบ้านอยู่ใกล้&quot; อ้าวแล้วผมอะ ผมมาทำไมวะเนี่ย 5555)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วง introduction day ผมคือคนที่นั่งไหล่สูงๆ อยู่นั่นแหละครับ ตอนนั้นก็มีการแนะนำตัวเองและทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม ซึ่งก็มีหลายคนที่มาจากต่างจังหวัดเหมือนกัน และก็มีบางคนที่มาจากกรุงเทพฯ ด้วยครับ หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับกฎระเบียบและวิธีการเรียนการสอนของที่นี่ ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและพร้อมที่จะเริ่มเรียนแล้วครับ&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;เข้าสู่การเรียน&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ที่นี่เราคือ piscine ซึ่งเป็นการเรียนที่ต้องทำโปรเจกต์ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายในระยะเวลาที่กำหนด โดยที่ไม่มีครูหรืออาจารย์คอยสอนหรือแนะนำ แต่เราจะมีเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันที่สามารถช่วยเหลือและแนะนำกันได้ครับ การเรียนที่นี่จะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาและการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำหรือการเรียนแบบทฤษฎี ทุกคนคือนักเรียน และทุกคนคือครูในเวลาเดียวกัน ใช่ครับ คุณเองก็ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่มันไม่ถึงกับขั้นต้องไปสอนหรอกนะครับ แต่ต้องไปตรวจสอบโค้ดของเพื่อนๆ ว่าถูกต้องหรือไม่ ที่นี่เราไม่ได้ตรวจสอบโค้ดครับ เราเช็คความเข้าใจ คุณจะไป copy โค้ดจาก AI ก็ได้ แต่ถ้ามีคนถามคุณต้องอธิบายโค้ดให้ได้ทุกบรรทัด ภาษาที่เราใช้เขียนคือ C ครับ IDE ที่ใช้เนี่ยขึ้นต้นด้วย &quot;V&quot; แต่ไม่ได้ต่อด้วย &quot;S&quot; นะครับ ทุกคนจะได้ใช้ mac ที่ 42 มีให้ ไม่ต้องเอาไป&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;./dancing-event.png&quot; alt=&quot;Dancing Event&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อธิบายก่อนว่าที่นี่จบจาก piscine แล้วเราจะได้ไปขั้นถัดไปที่เรียกว่า &quot;cadet&quot; เรียกง่ายๆ ก็รุ่นพี่นั่นแหละ ซึ่งรุ่นพี่น่ารักมาก เป็นกันเอง เอาจริงถ้าเราเก่งมากๆ แล้วไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันช่วย ก็ไปถามพี่เขาได้นะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่กลับมาที่เรื่องของผมกันต่อ ช่วงเวลาที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือช่วงที่เราได้เล่นเกมกับทุกคนครับ ใช่ครับ ที่นั่นมีรุ่นพี่ที่เป็น board gamer มากมายครับ แล้วยังมี nintendo switch ให้เล่นด้วยนะครับ ซึ่งผมก็เป็นคนที่ชอบเล่นเกมอยู่แล้ว แล้วผมจะพลาดได้ไงล่ะครับ ทั้งตีแบดมินตัน เต้น (ปกติผมไม่ค่อยชอบเต้นเท่าไหร่ แต่พอได้เต้นกับเพื่อนๆ ก็สนุกมาก เพราะทุกคนก็เต้นไม่เป็นเหมือนกัน มันก็เลยกลายเหมือนกับ อ๋า~ ลำ-ไทย-เก็ก)&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;สุดท้ายแล้ว&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ ผมติดรอบ cadet นะครับ แต่เนื่องด้วยการเรียนต่างจังหวัด เลยต้องเลือกที่จะกลับไปเรียนที่มหาลัยต่อ แต่ถ้าใครที่มีโอกาสได้เข้าไปเรียนที่ 42 Bangkok ผมก็อยากจะแนะนำให้ลองไปดูนะครับ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ และจะทำให้คุณได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมอย่างมากมาย แถมยังได้พบกับเพื่อนๆ ที่มีความสนใจเดียวกันอีกด้วยครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คือมันไม่ใช่แค่เรื่อง IQ แต่ยังมีเรื่องของการเข้าสังคม การเจอคนในหลายช่วงอายุ เจอคนที่ทำงานแล้ว ได้รู้ประสบการณ์ของพี่ๆ ที่เข้ามาเป็น piscine ในรุ่นเดียวกันกับเราด้วยครับ ขอบคุณที่อ่านรีวิวของผมนะครับ!&lt;/p&gt;
</content:encoded></item></channel></rss>